ข้อควรระวังสำหรับการทำร้อยไหม (Thread Lift)
- หากแพทย์ที่ทำการร้อยไหมให้ไม่มีประสบการณ์ผลลัพธ์ที่ได้ อาจทำให้หน้าเบี้ยว ไม่เท่ากัน บวมช้ำเยอะ และอาจส่งผลให้เห็นเป็นลำไหม ผิวหนังไม่เรียบ เป็นคลื่น และใช้เวลาพักฟื้นนาน 1-3 เดือน รวมถึงอาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ยกกระชับเลยหลังทำ
- ไหมที่อยู่ตามท้องตลาดตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นไหมที่ไม่ผ่านอย. ไทย ควรเช็กก่อนว่าไหมตัวไหนบ้างที่มีมาตรฐานและได้รับการรับรอง(ที่ วี คลินิก เราใช้ไหมอิตาลี ซึ่งได้รับอย. ไทย เพียงไหมเดียวด้านการยกกระชับ และเป็นไหมที่ดีที่สุดในตอนนี้)
- หากใช้ไหมที่ไม่ผ่านอย.ไทย อาจทำให้เกิดพังผืดบนใบหน้า ทำให้หน้าบุ๋ม ยุบได้
- การร้อยไหมที่ใช้ปริมาณเส้นไหมค่อนข้างมาก เกิน 8 เส้นขึ้นไป จะทำให้รู้สึกเจ็บ ระบมค่อนข้างมาก (แนะนำไหมอิตาลี เพราะเป็นไหมที่ใช้เพียง 2 เส้นต่อหน้า เจ็บน้อยกว่าฉีดโบ)
- ไหมบางประเภทมีอายุเพียง 3 เดือน ถ้าเทียบกับความเจ็บแล้วอาจไม่คุ้มค่า ควรเลือกร้อยไหมที่ทำแล้วเจ็บน้อยและอยู่นาน
งานวิจัยจากโรงพยาบาลศิริราช
ไหมอิตาลีเป็นไหมเดียว
ที่อยู่นานมากกว่า12 เดือน
**ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล**
ข้อควรระวังสำหรับการฉีดฟิลเลอร์(Filler)
-
- ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่นิยมมากที่สุดเพราะเป็นหัตถการที่เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น แต่มีข้อเสีย คือ หากทำหัตถการฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์n อาจจะทำให้ผลลัพธ์เป็นก้อนเป็นลำ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่พบบ่อยมาก เนื่องจากแพทย์ฉีดผิดชั้นผิว และเลือกผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม
ดังนั้นก่อนทำฟิลเลอร์ควรเลือกแพทย์ที่ทำการฉีดให้ดีก่อน
- ฟิลเลอร์ปลอมพบได้มาก บางทีกล่องจริงแต่ข้างในเป็นตัวยาปลอม ดังนั้นควรเช็กให้ละเอียดก่อนทำการฉีด หากฉีดของปลอมจะทำให้ไม่สลาย และเกิดการอักเสบได้ในอนาคต
- หากใครที่มีปัญหาหลังฉีดแล้วเป็นก้อนเป็นลำจากที่อื่น ที่ วี คลินิก เรารับทำการแก้ไขเพราะฟิลเลอร์แท้จะมีตัวยาสำหรับฉีดสลาย แต่การฉีดสลายก็ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์เช่นกันถึงจะสลายได้หมด
ข้อควรระวังสำหรับการฉีดกระชับหน้า
- เป็นโปรแกรมที่ทำแล้วเห็นผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจกล่าวคือ ทำแล้วริ้วรอยหายไปได้ แต่มีผลเสียคือ หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกายวิภาคอาจทำให้ฉีดผิดตำแหน่ง ผิดมัดกล้ามเนื้อ แล้วทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่นหน้าเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน ปากเบี้ยว หนังตาตก คิ้วเด้ง ซึ่งจะแก้ไขได้ยาก ต้องรอให้ฤทธิ์หมดไปเอง ดังนั้นก่อนทำการฉีดรักษา ควรปรึกษากับแพทย์และคลินิกที่มีมาตรฐานก่อน
- หลายท่านมักจะเข้าใจว่า จะต้องฉีดฉีดกรามเพื่อให้หน้าเรียว วีเชป โปรแกรมเดียวเท่านั้น และคิดว่าเหมาะกับทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดกรามเพื่อทำให้หน้าเรียว วีเชป ก็มีข้อห้ามในบางคน เช่น ในคนที่อายุเกิน 40 ปี หรือ คนที่มีขมับตอบ แก้มตอบ ไม่ควรฉีดกราม เพราะจะยิ่งทำให้หน้าดูโทรม ดูแก่ และหน้าห้อยลง ดังนั้น การฉีด Botulinum Toxin Type A เหมือนจะฉีดง่าย แต่จริง ๆ แล้วแพทย์ต้องทำการประเมิน วิเคราะห์กายวิภาค และคำนวณจำนวนยูนิตให้เหมาะสมด้วย
- โบปลอมมีเยอะมากการฉีดของปลอมหรือยาหิ้วเกิดผลเสียทำให้ดื้อยาจะทำให้การฉีดในรอบที่ 2-3-4 ไม่เห็นผล (ไม่ตึง) และไม่สามารถแก้ไขได้หากดื้อยาแล้ว ดังนั้นก่อนฉีด ควรสแกนเช็กกล่องของแท้/ปลอม และควรให้แพทย์แกะกล่องและดูดยาต่อหน้า
- ปริมาณที่ฉีดต่อครั้งไม่ควรมากเกินไปเช่น ริ้วรอยไม่ควรเกิน 50-70 Units ต่อครั้ง หากมากเกินไปจะทำให้ดื้อยาได้เช่นกัน และการที่ฉีดถี่เกิน (เว้นระยะน้อยกว่า 2 เดือน) ก็ทำให้ดื้อยาเช่นกัน
ก่อนปรับรูปหน้าไม่ว่าจะโปรแกรมใดก็ตามต้องเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญที่คลินิกเสริมความงามปรับรูปหน้า V Clinic เรามีแพทย์ที่มีประสบการณ์ในวงการปรับรูปหน้ามากกว่า13 ปี เป็นแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ ฉีดกระชับรูปหน้า ร้อยไหม และมีรางวัลการันตีมากมายรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตรวจสอบได้ทุกตัว แกะยา แกะกล่องต่อหน้า ได้รับการรับรองระดับโลก จึงมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นที่พึงพอใจ และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหากใครยังไม่รู้ว่าจะต้องทำโปรแกรมไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษาหรือส่งรูปเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้โดยตรง เพราะคุณหมอใส่ใจตอบแชทด้วยตัวเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทักเลย!
https://www.vclinicbydrfang.com/รายละเอียด/ข้อควรระวัง_Und__Dbq_ก่อนทำ_Dbq__Und_ร้อยไหม_Und_ฟิลเลอร์_Und_ฉีดกระชับหน้า:!637730e3307d9d001485feb1?q=TP1





