ไขความลับที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับร้อยไหม ฟิลเลอร์ การฉีดกระชับรูปหน้า สามโปรแกรมปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ช่วยปรับใบหน้าให้ดูสวย เป๊ะ เข้ารูปโดยไม่ต้องผ่าตัด มีความปลอดภัยและแก้ปัญหาได้ถูกจุด ซึ่งการร้อยไหม ฟิลเลอร์และฉีด Botulinum Toxin Type A มีความแตกต่างกันชัดเจน ควรเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับความต้องการของผู้รักษา
3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ ร้อยไหม ฟิลเลอร์ ฉีดกระชับรูปหน้า
ในบทความนี้ คุณหมอจะพาทุกคนไปดู 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับร้อยไหมฟิลเลอร์ฉีดกระชับรูปหน้า แต่ละบริการแตกต่างกันอย่างไรนิยมทำบริเวณไหนบ้างและข้อควรระวังเบื้องต้น จะมีอะไรบ้างตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ
1.ความแตกต่างของ ร้อยไหม ฟิลเลอร์ ฉีดกระชับรูปหน้า
ร้อยไหม(ThreadLift)
เป็นการร้อยไหมยกกระชับหน้าโดยใช้เส้นไหมละลายร้อยเข้าใต้ชั้นผิวหนัง เส้นไหมที่ใช้จะมี เงี่ยง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยึดเกาะกับชั้นผิวช่วยยกกระชับ ซึ่งเงี่ยงไหมจะมีความแตกต่างกันแล้วแต่ยี่ห้อ เงี่ยงบางชนิดทำให้เกิดพังผืด แต่บางชนิดกลับสามารถกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ให้ผิวกระชับและใสขึ้นได้
การร้อยไหมเหมาะกับ คนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย มีเหนียงเยอะ กรอบหน้าไม่ชัดร่องแก้มลึก หนังตาตก วัสดุเงี่ยงไหมที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้จะเป็นชนิด PLA-CL หรือไหมอิตาลีนั่นเองซึ่งเงี่ยงไหมชนิดนี้จะสามารถกระตุ้นคอลลาเจนและไม่ก่อให้เกิดพังผืด ถือเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุด
การร้อยไหมสมัยก่อนมักจะใช้ไหมจำนวนหลายเส้นทำให้คนเข้าใจว่าเจ็บมาก แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามามาก โดยจะมีไหมเพียง3 ชนิด ที่ได้รับ อย.จากประเทศไทย และมีไหมเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับ อย. ไทยด้านการยกกระชับใบหน้านั่นคือ “ไหมอิตาลี” เพราะสามารถใช้เพียงแค่2 เส้น ต่อหน้า แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการใช้ไหมประเภทอื่นๆ 10ถึง 20 เส้นทำให้ลืมความเจ็บจากการร้อยไหมแบบเดิมๆ ไปได้เลย (เจ็บน้อยกว่าฉีดโบ)
การร้อยไหมยกกระชับใบหน้าจะเห็นผลเป็นที่น่าพอใจหลังทำ และชัดเจนที่สุดที่ 1-3 เดือน ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าจะอยู่ได้นาน 3 – 15 เดือน หรือสูงสุดที่ 2 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของไหมโดยไหมอิตาลีจะเป็นไหมที่อยู่นานที่สุด (2 ปี)
ไหมแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร?
ไหมPDO – ไหมก้างปลา – ไหมอิตาลี
ฟิลเลอร์(Filler)
สารเติมเต็ม ซึ่งมีมานานนับร้อยปี ตั้งแต่การใช้ซิลิโคนเหลวหรือน้ำมันในการฉีดเข้าหน้า และพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆจนกลายมาเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท HA หรือ Hyaluronic Acid เข้าสู่จุดต่างๆ บนใบหน้า สามารถแก้ปัญหาตาลึกโบ๋ ขมับตอบ หน้าตอบ หน้าไม่ได้รูป คางสั้น ปากบางปากคว่ำ หรือสำหรับคนที่อยากปรับโหงวเฮ้ง ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติเติมหน้าผากให้นูนสวยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ผิวดูเต่งตึง เปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอยและปรับโครงสร้างใบหน้าให้เข้ารูป เป็นสารเติมเต็มที่ผ่านมาตรฐานอย. ไม่ทำให้เกิดการแพ้ สามารถสลายได้เอง ไม่เป็นอันตรายและไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ที่สำคัญ! สามารถสลายออกเองได้ ถ้าหากมีปัญหาหรือไม่ชอบในผลลัพธ์โดยตัวยาฉีดสลายจะออกฤทธิ์เร็ว ภายใน 1-24 ชั่วโมง
การฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลเป็นที่น่าพอใจหลังทำและแทบไม่ต้องพักฟื้นสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้เลย จึงเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงมากแต่ก็เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีดให้เป็นหลักเพราะหากแพทย์ไม่มีผีมือมากพอ อาจทำให้เกิดปัญหา เป็นก้อน นูน เป็นลำไม่เรียบเนียน หรือร้ายแรงที่สุด อาจทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ หลังทำจะเริ่มเข้าที่เมื่อผ่านไปประมาณ2-4 สัปดาห์ โดยปกติฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน หรือสูงสุด 2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์และการดูแลของแต่ละบุคคล
ฉีดกระชับรูปหน้า
เป็นการฉีดสารสกัดจากแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะเข้าสู่ใบหน้าสารสกัดชนิดนี้เมื่อฉีดเข้าสู่ใบหน้าจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ใช้กล้ามเนื้อน้อยลง จึงช่วยลดริ้วรอยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ปรับรูปหน้าให้ดูเรียว เห็นกรอบหน้าชัด หรือใช้ฉีดเพื่อลดเหงื่อรักแร้ลดขนาดน่อง ลดขนาดต้นแขนหรือจะนำมารักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรน ออฟฟิศซินโดรมได้
ทั้งนี้ต้องระมัดระวังในคนที่มีอายุเกิน 40 ปีหรือในคนที่แก้มตอบขมับตอบ การฉีดกรามอาจทำให้หน้าดูแย่ลงกว่าเดิม
การฉีดจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 24 ชั่วโมง จนถึง 1 เดือนแล้วแต่ยี่ห้อและตำแหน่งในการฉีดรวมถึงขนาดกล้ามเนื้อที่ทำการฉีดผลลัพธ์ของการฉีดอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน หรือสูงสุด 6เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ
https://www.vclinicbydrfang.com/รายละเอียด/3_Und_ความลับที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับร้อยไหม_Und_ฟิลเลอร์_Und_ฉีดกระชับรูปหน้า:!637730e3307d9d001485feb1?q=TP1





